สารสกัด · Antioxidant
Quercetin
เควอซิทิน
สารต้านอนุมูลอิสระจากพืช และกลไกแอนติฮิสตามีนตามธรรมชาติ

| ชื่อสามัญ | Quercetin (38%) |
|---|---|
| แหล่งที่มา | สาร flavonoid จากพืช — แหล่งอิตาลี |
| รูปแบบในซอง | 250 mg ต่อซอง |
| เด่นเรื่อง | สารต้านอนุมูลอิสระจากพืช และกลไกแอนติฮิสตามีนตามธรรมชาติ |
สรุป
- สาร flavonoid (สารสีธรรมชาติจากพืช) พบมากในหัวหอม แอปเปิล และเบอร์รี่
- กลไกเด่น: ช่วยลดการปล่อยฮิสตามีนจากเซลล์ จึงถูกเรียกว่าแอนติฮิสตามีนตามธรรมชาติ
- เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยลดการอักเสบ
- CL1 ใส่ Quercetin 250 mg ต่อซอง จากอิตาลี
Quercetin คืออะไร?
Quercetin เป็นสารในกลุ่ม flavonoid หรือสารสีธรรมชาติจากพืช พบมากในหัวหอม แอปเปิล และเบอร์รี่ จัดเป็นหนึ่งใน flavonoid ที่เราได้รับจากอาหารมากที่สุด เด่นในฐานะสารต้านอนุมูลอิสระและตัวที่ช่วยลดการปล่อยฮิสตามีน
สิ่งที่ทำให้ Quercetin น่าสนใจคือกลไกด้านภูมิแพ้ เวลาร่างกายแพ้อะไรสักอย่าง เซลล์ชื่อ mast cell จะปล่อยสารฮิสตามีนออกมา ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้เราจาม คัน น้ำมูกไหล Quercetin ทำหน้าที่เหมือนช่วย "หยุดเบรก" ไม่ให้เซลล์เหล่านี้ปล่อยฮิสตามีนง่ายเกินไป จัดการตั้งแต่ต้นทาง ต่างจากยาแก้แพ้ทั่วไปที่ไปบล็อกฮิสตามีนหลังถูกปล่อยออกมาแล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลที่มันถูกเรียกว่าแอนติฮิสตามีนตามธรรมชาติ CL1 เลือกใช้ Quercetin จากอิตาลี
ประโยชน์ & กลไกการทำงาน
- สารต้านอนุมูลอิสระจากพืช — ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายของอนุมูลอิสระ
- แอนติฮิสตามีนตามธรรมชาติ (กลไก) — ช่วยลดการปล่อยฮิสตามีนจาก mast cell ซึ่งเป็นต้นทางของอาการแพ้
- ช่วยลดการอักเสบ — เกี่ยวข้องกับการดูแลสมดุลการอักเสบในร่างกาย
งานวิจัย
Quercetin เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่ม flavonoid ที่มีงานวิจัยศึกษาไว้มาก กลไกการช่วยให้เซลล์ mast cell ปล่อยฮิสตามีนน้อยลง (mast cell stabilization) และฤทธิ์ต้านการอักเสบเป็นที่ยอมรับในเชิงวิทยาศาสตร์
ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ Quercetin พบเข้มข้นเป็นพิเศษที่เปลือกและส่วนนอกของผักผลไม้ เช่น เปลือกหัวหอมและเปลือกแอปเปิล ซึ่งเป็นส่วนที่คนส่วนใหญ่มักทิ้งไป ปริมาณที่ได้รับจากอาหารในแต่ละวันจึงไม่แน่นอน การได้รับเสริมช่วยให้ร่างกายได้สารต้านอนุมูลอิสระตัวนี้อย่างสม่ำเสมอ
ข้อควรระวัง
Quercetin 250 mg ต่อวันอยู่ในระดับที่ปลอดภัยสำหรับการรับประทานประจำวัน การได้รับในปริมาณสูงมากเป็นเวลานานหรือผู้ที่รับประทานยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
อ้างอิง
- Linus Pauling Institute, Oregon State University — Flavonoids. Micronutrient Information Center

